พช. จับมือ สสว. และพันธมิตร 45 หน่วยงาน ร่วมบูรณาการการส่งเสริม SME ไทย

27 มิถุนายน 2566 นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมงาน SME DAY 2023 รวมพลังโต ณ Pearl Dome อาคาร Pearl Bangkok ภายในงานได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาข้อมูลกลางเพื่อบูรณาการการส่งเสริม SME (Web Portal) หรือเว็บไซต์ SME ONE เพื่อบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีภารกิจในการส่งเสริม SME ระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับ กรมการพัฒนาชุมชน และหน่วยงานภาคี จำนวน 45 หน่วยงาน โดยนางสาวณัฐนิช อินทสระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

 

การจัดงานในครั้งนี้ ได้จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “ติดต่อรัฐ ไม่ยากอย่างที่คิด” เพื่อสร้างการรับรู้ พร้อมนำเสนอบริการของหน่วยงาน และประชาสัมพันธ์การให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ SME  โดยมี นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน รศ.ดร. วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ดร.จริยาวดี ศิริจันทรา ผู้อํานวยการกองพัฒนาธุรกิจวิทยาศาสตร์บริการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และนายพิตรพิบูล ธีร์จันทึก ผู้อํานวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมการเสวนาในครั้งนี้

 

นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวในการเสวนาว่า กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยสนับสนุนให้มีการจัดทำและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสารสนเทศ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย จัดทำยุทธศาสตร์ชุมชน ตลอดจนการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาชุมชน เพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน มุ่งสู่วิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”  และกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ตั้งแต่ปี 2544 โดยการนำทรัพยากรในชุมชนและ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ แก่ประชาชนในชุมชน และกรมการพัฒนาชุมชนได้พัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” (OTOP Big Data) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบันสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในและภายนอก และบูรณาการการทำงานร่วมกับกลไกประชารัฐและหน่วยงานภาคีการพัฒนาสนับสนุน  รวมทั้งเพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วย ระบบลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP (Online) ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ลงทะเบียน จำนวน 99,169 กลุ่ม/ราย มีผลิตภัณฑ์ ที่ลงทะเบียนฯ จำนวน 223,620 ผลิตภัณฑ์ ระบบรายงาน Real Time Report และระบบ API หรือ Web Service ให้การบริการเชื่อมโยงข้อมูลผลิตภัณฑ์ OTOP ในปัจจุบันได้ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมการปกครอง (ระบบบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐ Linkage Center) สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ONE ID ONE SME) และกระทรวงอุตสาหกรรม

(Visited 1 times, 1 visits today)