วันที่ 14 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในการประชุมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนากลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับภาค” และมอบนโยบายแนวทางการเชื่อมโยงงานพัฒนาชุมชนสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมฯ นำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่การปฏิบัติในพื้นที่ โดยมีนายพรหมพันธุ์ กองพลพรหม บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) นางสาวณัฐนิช อินทสระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายธนาวุฒิ ศุภางคะรัตน์ จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ดร.พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พัฒนาการจังหวัด ประธานบริษัทกรรมการผู้จัดการ (MD) และผู้แทนบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ทั้ง 25 จังหวัดภาคกลาง เข้าร่วมการประชุมฯ กลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 75 คน ดำเนินการ 2 วัน ระหว่างวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับภาคในวันนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายภารกิจจากรัฐบาลที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยมีเป้าหมาย คือ “สร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและชุมชนเข้มแข็ง” ดำเนินการ 3 เรื่อง ประกอบด้วย การเกษตร การแปรรูป และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภายใต้คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน ซึ่งมีกลไกระดับจังหวัด ประกอบด้วย คณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัด (คสป.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน พัฒนาการจังหวัดและหัวหน้าสำนักงานจังหวัดเป็นเลขานุการร่วมบูรณาการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ และมีบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด 76 จังหวัด ที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัท เป็นเครื่องมือการขับเคลื่อนงานภายใต้แนวคิด Social Enterprise (SE) ซึ่งเป้าหมายหลักเพื่อสังคมมิใช่เพื่อกำไรสูงสุด ทั้งนี้ รายได้หลักต้องมาจากการขายสินค้าและบริการ และมีแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยกลไกประชารัฐ ด้วยการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผ่านกิจกรรมตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ไปในทิศทางเดียวกัน นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม และนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน บรรลุเป้าหมาย “สร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข”