พช. ร่วมหารือสถาบันเอเชียศึกษา จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สิ่งทอ อัตลักษณ์ผ้าไทยประจำถิ่น

วันนี้ (วันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2566) เวลา 14.00 น. นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมกับผู้แทนจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย รศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา ผศ.ดร. ฐิติรัตน์ ปั้นบำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาฝ่ายวิชาการ และดร.ดลยา เทียนทอง รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาฝ่ายบริหาร เพื่อหารือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สิ่งทออัตลักษณ์ผ้าไทยประจำถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

โดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอข้อมูล “ภูมิปัญญาและชุมชนไทย สานสายใยข้ามพรมแดน” และ “เจาะลึกความต้องการสินค้า OTOP ของไทยในตลาดเอเชีย” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยและ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ซึ่งตลาดเอเชียนับเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรคิดเป็น ร้อยละ 60 ของประชากรโลกและมีสัดส่วนผู้บริโภค คิดเป็นร้อยละ 55 ของตลาดโลก มีอินเดียและจีนสองตลาดที่ใหญ่ที่มีมูลค่าการบริโภคสูงที่สุด อีกทั้งยังเป็นภูมิภาคที่กำลังเติบโตขึ้นเป็นตลาดการบริโภคที่มีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้าน ในปี 2030 จากการคาดการณ์ของ Mckinsey (2021) อีกทั้งแนวโน้มความนิยมในสินค้าไทยที่นอกเหนือจากสินค้าส่งออกเกษตรกรม แต่เป็นสินค้าแปรรูปที่มีความทันสมัย เช่น กางเกงช้าง ยาดม และงานศิลปะหัตกรรม ที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ส่งผลให้สินค้าไทยเป็นที่รูปจักในตลาดเอเชียมากยิ่งขึ้น ตลาดเอเชียจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจในการศึกษาเพื่อส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ของไทย

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้ขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ One Tambon One Product (OTOP) อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546 ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ OTOPลงทะเบียนจำนวน 87,468 กลุ่ม/ราย โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรรฯ สุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยจำนวน 19,560 ผลิตภัณฑ์ มีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมากกว่า 800 ผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการตลาดสินค้า OTOP แบบพรีเมี่ยมเพื่อขยายสู่ตลาดสากล ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า OTOP ไทยที่ควรได้รับการผลักตันไปเปิดตลาดในเอเชีย อย่างไรก็ตาม เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายสูง ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ส่งผลให้ประเทศในเอเชียแต่ละประเทศมีค่านิยม ความชอบ พฤติกรรมการบริโภคที่ต่างกัน และยังมีรูปแบบตลาดที่แตกต่าง รวมถึงในบางประเทศยังมีสินค้าท้องถิ่นที่คล้ายคลึงหรือเป็นคู่เทียบกับสินค้าของไทยการศึกษารูปแบบตลาดและความต้องการของประเทศเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินเดีย ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง และประเทศในกลุ่มอาเซียน จึงมีความสำคัญ (1) เพื่อทำความเข้าใจตลาดและช่องทางที่สินค้าไทยจะเข้าไปตีตลาดได้ (2) เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการและผู้ปะกอบการทั้งในไทยและต่างประเทศ และ (3) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้า OTOP ที่มีศักยภาพของไทยให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระดับสากลได้

นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปใช้พัฒนาศักยภาพของสินค้า OTOP ต่อไปในอนาคต ซึ่งปัจจุบัน การท่องเที่ยวเป็นสิ่งทีสร้างรายได้หลักให้กับประเทศไทย โดยปัจจุบันกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จำนวน 3,680 ชุมชนทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง โดยนำเสน่ห์และภูมิปัญญาของชุมชนมาพัฒนาเป็นสินค้าและบริการ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเรียนรู้ เข้าไปท่องเที่ยว ไปซื้อหาสินค้า OTOP ถึงในพื้นที่ เปิดช่องทางการตลาดในชุมชน นอกเหนือจากการนำสินค้ามาจำหน่ายในงานสินค้าต่าง ๆ เกิดการสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้โดยตรง

 

(Visited 1 times, 1 visits today)