วันนี้ (6 กันยายน 2567) เวลา 14.00 น. นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 โดยนายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับในฐานะผู้แทนจังหวัดสงขลา และนายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะผู้บริหารภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย คณะทำงาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” นิสิต นักศึกษา นักออกแบบ และประชาชนทั่วไปจำนวนมหาศาล ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
กรมการพัฒนาชุมชน จัดประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เผยแพร่และแบ่งปันองค์ความรู้ในเรื่องของสีสันโทนไทย (Thai Tone) สีธรรมชาติ บนผืนผ้าและเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ ต่อยอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติได้จริง นำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาวงการผ้าไทย สร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ ที่มีความทันสมัยให้แก่วงการผ้าไทย และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ประชาชน และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งกำหนดดำเนินการทั้งสิ้น 3 จุด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น ในการนี้ จุดดำเนินการจังหวัดสงขลา เป็นจุดดำเนินการที่ 2 โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ นักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจ จุดละ 100 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน
นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ท่าน และคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เดินทางมาพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อให้เกียรติเปิดการประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 ในวันนี้ โดยจังหวัดสงขลา ดำเนินกิจกรรมและผลการดำเนินงานตามโครงการ ผ้าไทยใส่ให้สนุกที่ได้ดำเนินการเชิงรุก ในรอบปี 2567 เพิ่มเติมจากที่กระทรวงมหาดไทยและกรมการพัฒนาชุมชนมอบหมาย ประการแรก การสร้างกระแสการรับรู้ การใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างสม่ำเสมอและกว้างขวาง ด้วยการส่งเสริมและจัดให้มีการเดินแบบ ในการจัดงานเทศกาลต่าง ๆ ในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานประจำปีและงานกาชาดของจังหวัดสงขลา ประจำปี 2567 มีผู้เดินแบบถึง 677 คน ก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้ผลิต และช่างตัดเย็บ มากกว่า 5 ล้านบาท ต่อมา จังหวัดสงขลาได้นำผู้ประกอบการผ้าไทยและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ไปศึกษาดูงานต้นแบบการทอผ้าไทย ณ ดอนกอยโมเดล และนาหว้าโมเดล เป็นระยะเวลา 5 วัน
นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต่อว่า ประการที่ 3 พัฒนาองค์ความรู้และทักษะการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีการย้อมสีธรรมชาติด้วยพันธุ์ไม้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น โดยในการประกวดผ้าลายสิริวชิราภรณ์ครั้งนี้ จังหวัดสงขลา ใช้ผ้าที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากพันธุ์ไม้ถึง 23 ชนิดและมีสีใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นจากเดิม เช่น สีชมพู สีฟ้า สีเหลือง สีส้ม และ สีแดง ต่อมา จังหวัดสงขลาได้ยกระดับการผลิตผ้าให้มีคุณภาพและมูลค่าสูงขึ้น เช่น การจัดทำผ้าทอ “ลายสุวรรณราชวัตร” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง ลายราชวัตรและลายพระราชทานสิริวชิราภรณ์ และนำเส้นไหมมาผสมผสานกับผ้าฝ้าย ส่งผลให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น จากราคาที่เคยขายหลาละ 380 บาท เป็นหลาละ 2,500 บาท ซึ่งไม่เกิดขึ้นมาก่อนในจังหวัดสงขลา และท้ายที่สุด ส่งเสริมการตลาดผ้าไทยในช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการจัดงานแสดงและจำหน่าย การจัดทำศูนย์แสดงและจำหน่ายผ้าไทยระดับจังหวัด และการกำหนดเป็นนโยบายให้ส่วนราชการและประชาชนในทุกระดับใส่ผ้าไทยในงานเทศกาลและงานสำคัญต่าง ๆ จากการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้จังหวัดสงขลามีรายได้จากการจำหน่ายผ้าไทย ในปี 2567 ถึง 108 ล้านบาท มากกว่าปี 2566 ซึ่งจำหน่ายได้ 66 ล้านบาท ถึง 64 %
ด้านนายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี ๒๕๖๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เผยแพร่และแบ่งปันองค์ความรู้ในเรื่องของสีสันโทนไทย (Thai Tone) สีธรรมชาติ บนผืนผ้าและเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ ต่อยอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติได้จริง นำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาวงการผ้าไทย สร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ ที่มีความทันสมัยให้แก่วงการผ้าไทย และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ประชาชน และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน
นายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานการเสวนาวิชาการ หนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2025 ภายใต้การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 ณ สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น 5M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพมหานคร และทรงทอดพระเนตรนิทรรศการการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ซึ่งเป็นนิทรรศการนำเสนอการยกระดับงานศิลปหัตถกรรม งานฝีมือให้เข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นได้ในระดับสากล ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการบริหาร หนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2025 เล่มที่ 5 ในแนวคิดว่าด้วยการ “เชื่อมต่อถักทอภูมิปัญญา : Threads of Wisdom” ซึ่งหมายถึง การถ่ายทอด การเชื่อมโยง สืบทอดและการผสมผสานของภูมิปัญญาไทย เพื่องานหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน และได้พระราชทานแนวพระดำริภายใต้ 4 เทรนด์หลัก ได้แก่ Warm Embrace : โอบอ้อมอบอุ่น, Paradise Found : สวรรค์เขตร้อน, Silhouette of the Past : เงาแห่งอดีต และ Iridescent Dream : แพรวพราววาวฝัน
ด้านนายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสนอง แนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงทุ่มเท เสียสละด้วยความมุ่งมั่นที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อทำให้พวกเราทุกคนได้มีโอกาสที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยนำภูมิปัญญาผ้าไทย ผ้าอัตลักษณ์ และงานหัตถกรรมทุกรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สำหรับหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 นั้น เกิดขึ้นตามแนวพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อปลุกกระแสในเชิงความคิดสร้างสรรค์ให้ผสานเข้ากับงานศิลปหัตถกรรม งานฝีมือของไทย ให้ยกระดับเตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นได้ในระดับสากล
นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เสริมว่า หนังสือฉบับนี้ ได้ผ่านการระดมความคิด หารือ ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง ผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น การออกแบบแฟชั่น การทอ และการย้อมสีธรรมชาติ รวมไปถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์โทนสี ตลอดจนแนวโน้มและทิศทางและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าเครื่องแต่งกาย ผู้ประกอบการผ้าไทย เยาวชน นักเรียนนิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการผ้าไทย ในการนำองค์ความรู้อันล้ำค่าจากหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 นี้ ไปสร้างสรรค์โทนสีบนผืนผ้าและงานหัตถกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ทรงคุณค่าอันประณีตงดงามและเต็มไปด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ พร้อมด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามหลักแฟชั่นแห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion) ซึ่งจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของผ้าไทยมีความทันสมัยสู่สากล และสร้างรายได้ให้กับทุกฝ่ายเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง
“ผมขอขอบคุณที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผู้เชี่ยวชาญ นักออกแบบ ตลอดทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และขอเป็นกำลังใจ ให้พี่น้องผู้ประกอบการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุกท่าน ผู้เป็นความหวังในการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมในพื้นที่ภาคใต้ ได้มุ่งมั่นและน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อผลิตสร้างสรรค์ผลงานผ้าไทยและงานหัตถกรรมให้ทันสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป” นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวขอบคุณ
ภายในการจัดกิจกรรม ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการผ้าไทย การเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 (Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025)” โดยวิทยากร/ผู้ทรงคุณวุติที่มีความรู้ความสามารถด้านผ้าไทย โดยคณะที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ได้แก่ คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ดร.ศรินดา จามรมาน อ.ดร.กรกลด คำสุข ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน และ Session การถาม-ตอบ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อเสวนา ระดมความคิดให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ ในการประยุกต์ใช้โทนไทยในการออกแบบและพัฒนาผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อไป
Cr: กรมการพัฒนาชุมชน Fanpage
(Visited 1 times, 1 visits today)