เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 ประจำจุดดำเนินการที่ 3 จังหวัดขอนแก่น โดยนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับในฐานะผู้แทนจังหวัดขอนแก่น และนายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะผู้บริหารภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย คณะทำงาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” นิสิต นักศึกษา นักออกแบบ และประชาชนทั่วไปจำนวนมหาศาล ณ อาคารอำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
กรมการพัฒนาชุมชน จัดประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เผยแพร่และแบ่งปันองค์ความรู้ในเรื่องของสีสันโทนไทย (Thai Tone) สีธรรมชาติ บนผืนผ้าและเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ ต่อยอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติได้จริง นำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาวงการผ้าไทย สร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ ที่มีความทันสมัยให้แก่วงการผ้าไทย และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ประชาชน และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งกำหนดดำเนินการทั้งสิ้น 3 จุด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น ในการนี้ จุดดำเนินการจังหวัดขอนแก่น เป็นจุดดำเนินการสุดท้าย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ นักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจ จุดละ 100 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน
นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เผยว่า จังหวัดขอนแก่น เป็นจังหวัดศูนย์กลางทางการศึกษาและเทคโนโลยีของภูมิภาค ผ้าไหมและผ้าทอมือของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมโยงวิถีชีวิตของชาวอีสานที่สามารถสร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้แก่ชุมชนในภูมิภาค ถ่ายทอดวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ผ่านเส้นใยไหมจนเป็นผืนผ้า นอกจากนี้ จังหวัดขอนแก่น ได้รับการรับรองจากสภาหัตถกรรมโลกให้เป็น เมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่ (WCC-Word Craft City for Ikat (Mudmee) ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวด้านผลิตภัณฑ์ชุมชนซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น
นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพิ่มเติมว่า จังหวัดขอนแก่น มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ลงทะเบียน จํานวน 3,230 ราย 6,590 ผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย จํานวน 1,896 ผลิตภัณฑ์ มียอดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้าและเครื่องกาย จํานวน 2,039,927,280 บาท
“ในโอกาสนี้ กระผมและชาวจังหวัดขอนแก่น ขอขอบพระคุณ ท่านรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ท่านที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และคณะทุกท่าน ที่ให้เกียรติ จังหวัดขอนแก่น เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจําปี 2567 ในครั้งนี้ ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง” นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวปิดท้าย
ด้านนายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน ชี้แจงว่า กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เผยแพร่ และแบ่งปันองค์ความรู้ในเรื่องของสีสันโทนไทย (Thai Tone) สีธรรมชาติ บนผืนผ้า เครื่องแต่งกาย และสิ่งทอ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ ต่อยอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติได้จริง นำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาวงการผ้าไทยสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ ที่มีความทันสมัยให้แก่วงการผ้าไทย และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ประชาชน และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน
นายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานการเสวนาวิชาการ หนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2025 ภายใต้การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2567 ณ สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น 5M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพมหานคร และทรงทอดพระเนตรนิทรรศการการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ซึ่งเป็นนิทรรศการนำเสนอการยกระดับงานศิลปหัตถกรรม งานฝีมือให้เข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นได้ในระดับสากล ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการบริหาร หนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2025 เล่มที่ 5 ในแนวคิดว่าด้วยการ “เชื่อมต่อถักทอภูมิปัญญา : Threads of Wisdom” ซึ่งหมายถึง การถ่ายทอด การเชื่อมโยง สืบทอด และ
การผสมผสานของภูมิปัญญาไทย เพื่องานหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน และได้พระราชทานแนวพระดำริ ภายใต้ 4 เทรนด์หลัก ได้แก่ โอบอ้อมอบอุ่น, สวรรค์เขตร้อน, เงาแห่งอดีต
และแพรวพราววาวฝัน
ด้านนายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ตามที่ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน ได้กล่าวมานั้น นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสนองแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงทุ่มเท เสียสละด้วยความมุ่งมั่นที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อทำให้พวกเราทุกคนได้มีโอกาสที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยนำภูมิปัญญาผ้าไทย ผ้าอัตลักษณ์ และงานหัตถกรรมทุกรูปแบบมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สำหรับหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 นั้น เกิดขึ้นตามแนวพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อปลุกกระแสในเชิงความคิดสร้างสรรค์ให้ผสานเข้ากับงาน ศิลปหัตถกรรมงานฝีมือของไทย ให้ยกระดับเตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นได้ในระดับสากล
นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เสริมว่า การจัดทำหนังสือฉบับนี้ ได้ผ่านการระดมความคิด หารือ ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง ผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น การออกแบบแฟชั่น การทอ และการย้อมสีธรรมชาติ รวมไปถึงองค์ความรู้ เกี่ยวกับ การสร้างสรรค์โทนสี ตลอดจนแนวโน้มและทิศทางและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าเครื่องแต่งกาย ผู้ประกอบการผ้าไทย เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการผ้าไทยในการนำองค์ความรู้อันล้ำค่าจากหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 นี้ ไปสร้างสรรค์โทนสีบนผืนผ้าและงานหัตถกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ให้ทรงคุณค่าอันประณีตงดงามและเต็มไปด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ พร้อมด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามหลักแฟชั่น แห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion) ซึ่งจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของผ้าไทยมีความทันสมัยสู่สากล และสร้างรายได้ให้กับทุกฝ่ายเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง
“ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผู้เชี่ยวชาญ นักออกแบบ ตลอดทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และขอเป็นกำลังใจ ให้พี่น้อง ผู้ประกอบการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุกท่าน ผู้เป็นความหวังในการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มุ่งมั่นและน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อผลิตสร้างสรรค์ผลงานผ้าไทยและงานหัตถกรรมให้ทันสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป” นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวปิดท้าย
(Visited 1 times, 1 visits today)